ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์แผนไทย

โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) คือ โรคที่ไม่ได้กิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ แต่เป็นโรคที่เกิดจากนิสัย หรือพฤติกรรม เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง จะเป็นตัว นำพาโรคต่างๆมาให้ อย่างเช่นโรคหัวใจ โรคไต โรคตับ และ โรคหลอดเลือดสมอง ทำให้ป่วยเป็นคนไข้ติดเตียง

ใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทยในการดูแลสมดุลธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ โดยนำเทคโนโลยี มาช่วยในการตรวจประเมินผล เป็นตัวชี้วัด คือ เครื่องตรวจสามประสาน (TM flow) อีกทั้งยังสามารถตรวจติดตามผลทุก 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี เพื่อดูผลภายหลังการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามคำแนะนำหรือใช้ อาหาร น้ำ สมุนไพรต่าง ๆ ช่วยในการดูแลตนเอง

ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์แผนไทย

คลินิกการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์แผนไทย เน้นการป้องกันก่อนเป็นโรค บำรุงก่อนรักษา และให้ความสำคัญเรื่องการมองสัญญาณเตือนของร่างกาย ปรับสมดุลร่างกาย (Homeostasis)

โรคเบาหวาน

  • ชาปลายมือปลายเท้
  • ผิวหนังแห้ง คัน
  • อ่อนเพลีย
  • แผลหายช้า
  • ตาพร่ามัว
  • หิวบ่อย

ความดันโลหิตสูง

  • ปวดศีรษะ
  • ตาพร่ามัว
  • ใจสั่น
  • มือสั่น
  • เหนื่อยง่าย
  • แน่นหน้าอก

ชั้น 2 ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรมการแพทย์แผนไทย (เรือนหมอเพ็ญนภา) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 88/23 หมู่ 4 ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์แผนไทย หรือ Thai Traditional Medical Innovation Center (TTMIC) เป็นการนำนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในการช่วยตรวจวิเคราะห์และนำไปสู่การรักษาตามหลักการแพทย์แผนไทยที่ตรงจุด สามารถติดตาม ประเมินผล และเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาตามหลักการแพทย์แผนไทยให้สูงขึ้น ส่งผลให้การแพทย์แผนไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับสากล และเป็นศูนย์แสดงและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสู่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศไปพร้อมๆ กัน

การนำเอาเทคโนโลยีทางการแพทย์มาช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา ซึ่งเทคโนโลยีที่นำมาใช้จะมีบทบาทในเรื่องของการวิเคราะห์ ติดตามผล และเพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดตามแนวทางการแพทย์แผนไทยในระดับสากล

นอกจากนี้ พื้นที่ส่วนหนึ่งภายในศูนย์นวัตกรรมการแพทย์แผนไทย จะได้มีการจัดสรรเป็นพื้นที่เพื่อการแสดงและจำหน่ายสินค้าสมุนไพรไทยให้กับผู้มาใช้บริการทั้งจากในและต่างประเทศ หรือที่เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบศาลาสมุนไพรไทย (Thai Herbal Pavillion)

พันธกิจ

  1. สนับสนุนการรักษาตามหลักการแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นการดูแลสุขภาพองค์รวม ส่งเสริมภูมิคุ้มกัน และรักษาสมดุลร่างกาย เพิ่มประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาตามหลักการแพทย์แผนไทยให้สูงขึ้น ส่งผลให้การแพทย์แผนไทยเป็นที่รู้จักมากขึ้นในระดับสากล
  2. ใช้การรักษาตามหลักการแพทย์แผนไทยประยุกต์ การรักษาสมดุลร่างกาย การใช้สมุนไพร ให้เป็นที่แพร่หลาย เพื่อแบ่งภาระคนไข้จำนวนมากจากโรงพยาบาลและแพทย์แผนปัจจุบัน ที่ต้องรับมือกับคนไข้ต่อวัน วันละหลายร้อยคน
  3. ใช้ที่ตั้งในกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นศูนย์กลางแสดงสินค้าไทยจากกลุ่ม SME, เครือข่ายวิสาหกิจชุมชน และชาวบ้าน เพื่อสนับสนุนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ
  4. ผลักดันโครงการอาหารเป็นยา ส่งเสริมการใช้สมุนไพรเป็นเมนูอาหารสมุนไพรเพื่อสุขภาพ ส่งเสริมภูมิคุ้มกัน สานต่อทฤษฎีอาหารต้านโรค ของ พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ ให้เป็นที่แพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ประวัติแพทย์แผนไทย

ศ.นพ.อวย เกตุสิงห์

ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เรือโท นายแพทย์ อวย เกตุสิงห์ เป็นแพทย์ชาวไทย เกิดเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2451 เป็นชาวจังหวัดพระนคร สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตรบัณฑิต เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จาก คณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วได้ทุนไปศึกษาเพิ่มเติมที่มหาวิทยาลัยในประเทศเยอรมนี ก่อนจะกลับมาเป็นอาจารย์ที่ภาควิชาสรีรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล อวยได้รับการยกย่องว่าเป็นนายแพทย์ที่มีความรู้ทางพระพุทธศาสนาสูง รู้จักประยุกต์ใช้คำสอนของพระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์ทางการบำบัดผู้ป่วยกับวิชาแพทย์แผนใหม่รุ่นบุกเบิกของไทย ในขณะเดียวกัน ท่านยังเป็นนายแพทย์ผู้บุกเบิกเอาวิชาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และแพทยศาสตร์มาประยุกต์และได้รับสมญานามว่าเป็น บิดาแห่งแพทย์แผนไทยประยุกต์

อาจารย์ณรงค์สักข์ บุญรัตนหิรัญ

มีความรู้เดิมทางการแพทย์แผนไทยเดิม จากบรรพบุรุษ และมีความรู้ทางด้านหัตถเวช (การนวดรักษาโรค) จาก

  1. ท่านอาจารย์นายแพทย์กรุด ลูกศิษย์หลวงวาโย
  2. ท่านอาจารย์หมอชิต เดชพันธ์ บุตรชายคนเล็กของหมออินทร์เทวดา
  3. ท่านอาจารย์หลวงราชรักษา อดีตเเพทย์ในราชสำนัก
  4. ท่านอาจารย์นายพัว หลายศรีโพธิ์ ลูกศิษย์หลวงลามเดชะ

ซึ่งแต่ละท่านมีความรู้ ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญคนละด้าน ท่านได้นำความรู้จากอาจารย์ทั้ง 4 มาผนวกกับแม่ไม้มวยไทยและดาบไทย จนสามารถประยุกต์เป็นศาสตร์และศิลปะในการนวดรักษาโรค เฉพาะตัวของท่านเอง กล่าวคือมีความชำนาญในการรักษาโรคระบบข้อกระดูก กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น โดยเฉพาะการผลักกระดูกเคลื่อนให้เข้าที่ ระบบอวัยวะสืบพันธุ์ มดลูกเคลื่อน องคชาต ระบบประสาท อัมพฤกษ์ อัมพาต ฯลฯ

พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ

แพทย์หญิงเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ เป็นแพทย์แผนปัจจุบันคนแรกของไทยที่บุกเบิกนำเอาสมุนไพรมาใช้ร่วมกับการรักษาแบบแผนปัจจุบัน ในโรงพยาบาลวังน้ำเย็นจังหวัดสระแก้ว และเป็นผู้ก่อตั้งสถาบันการแพทย์แผนไทยซึ่งทำให้ศาสตร์องค์ความรู้ด้านการแพทย์แผนไทยที่ถูกหลงลืมไปนานกลับมาได้ความนิยมอีกครั้งหนึ่ง อีกทั้งยังได้รับเลือกเป็นแพทย์ดีเด่นชนบท ประจำปี พ.ศ. 2529 จากคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล และแพทย์ดีเด่นในโรงพยาบาลประจำอำเภอ ประจำปี 2527 จากแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูถัมภ์ และแพทย์สตรีที่มีผลงานดีเด่นทางด้านสังคมชนบทประจำปี 2529 จากสมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

ที่ปรึกษาแพทย์แผนไทย

คมสัน ทินกร ณ อยุธยา

ดร.พทป.สุวรรณ ตั้งจิตรเจริญ

พท.ป.สวาท สังใหม่

พทป.ฉัตร์วนิชย์ พวงมาลัย

คณะผู้บริหาร

พฤกษ์ ขุนพานิช

ผู้อำนวยการ
ศูนย์นวัตกรรมการแพทย์แผนไทย

พรรณกร ขุนพานิช

กรรมการผู้จัดการ
และนักวิทยาศาสตร์ชีวการแพทย์

สถานที่ตั้ง

บริษัท นวัตกรรมการแพทย์แผนไทย จำกัด

ชั้น 2 ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์และศูนย์ฝึกอบรบการแพทย์แผนไทย (เรือนหมอเพ็ญนภา) กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข เลขที่ 88/23 หมู่ 4 ตำบลตลาดขวัญ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000