ปลูกกัญชา หลังประกาศประมวลกฏหมายยาเสพติต

ในสถานการณ์หลังจากประกาศใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับแรกของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องกัญชาถือว่ายังเป็นกระแส จะไปต่อ หรือจะหยุด หรือจะถอยหลัง ตอนนี้เป็นวิกฤติ หรือโอกาส ตอนนี้ในฐานะที่คุณนีโน่ ถือว่าเป็นผู้ปลูกกัญชารายใหญ่ ถือว่ารายใหญ่ของประเทศไทยทีเดียว ทั้งอินดอร์ เอาท์ดอร์ ก็ถือว่ามีประสบการณ์จริงๆ แล้วช่วงที่หลายคนกำลังจะเดินหน้าต่อ หรือถอยหลังอย่างที่ผมบอกนี้ ก็เลยอยากทราบจากคุณนีโน่ ว่าสิ่งที่คุณโน่ทำอยู่ตอนนี้ ทำอย่างไรถึงจะได้ปลูกกัญชาในสถานการณ์นี้ตั้งแต่เริ่มต้นเลยต้องทำอะไรกระบวนการยังไง

เริ่มต้นคุณต้องมีความพร้อมเรื่องใจรักก่อน หลังจากนั้น ก็รวมกลุ่มวิสาหกิจ ก็ยังเป็นกระบวนการวิสาเหมือนเดิมอยู่ คือเดี๋ยวนี้มี 2 แบบ ในอนาคตเรื่องเรื่องปลูกกัญชาหลังจาก 9 มิถุนายน นั่นคืออธิบาย 2 ส่วนนะครับผม ตามแนวทางนะครับผมร่างของพรบ.ฉบับใหม่ บุคคลธรรมดาที่จะสามารถเข้าถึงการปลูกกัญชาที่ถูกต้องตามนโยบายว่า ทุกคนอยากปลูก ได้ปลูก

คือสรุปให้เห็นชัดๆก็คือมี 2 แบบ ก็คือการจดแจ้ง กับขออนุญาต การจดแจ้งก็คือปลูกได้ทุกครัวเรือนห้ามจำหน่ายจ่ายแจก แต่ถ้าปลูกการขอญาติ คือเพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจ

จดแจ้งในตามร่างพรบ.ฉบับใหม่ ผู้ที่อนุญาตก็คือนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ถ้าอยู่ต่างจังหวัด แต่ถ้าในกรุงเทพฯ ก็เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็แบ่งเป็นสองส่วนส่วนกลางกับส่วนภูมิภาค นั้นคือคุณต้องไปยื่นความจำนงเพื่อที่จะปลูกกัญชาภายในครัวเรือน ก็คือปลูกตามความจำเป็น ดูแลตัวเองหรือปรุงอาหารภายในครัวเรือน ทางเจ้าหน้าที่ก็จะมีระบบติดตาม จะเป็นลักษณะ application ลักษณะหมอพร้อม อันนี้อาจจะเป็นกัญชาพร้อม เช่น ครัวเรือนนี้ปลูกกี่ต้น อย่างไร พิกัดที่ไหน จีพีเอสที่เท่าไหร่ มีความจำเป็นที่จะใช้กัญชาในครัวเรือนนี้กี่ท่าน ก็จะสอดคล้องกับปริมาณที่ปลูก ไม่ใช่ว่าจดแจ้งในครัวเรือนมี 5 คนขออนุญาตจดแจ้ง 100 ไร่อันนี้ก็คงไม่ได้ คงไม่สอดคล้อง ก็จะมีข้อห้ามก็คือไม่สามารถที่จะจำหน่ายได้ ให้เพื่อนบ้านไม่ได้ อะไรไม่ได้เลย เอาไปขายร้านอาหารก็ไม่ได้ ก็ให้ใช้ในครัวเรือน ก็ถือว่าตามนโยบายที่บอกว่าอยากปลูกได้ปลูก แต่ไม่ได้บอกว่าเพื่อทำเศรษฐกิจ หรือผู้ขายอันนี้ไม่ใช่

แต่ถ้าขายต้องขอญาติที่สำนักงานอาหารและยา ก็คือต้องรวมกลุ่มกันเหมือนเดิม แบ่งเป็นสองส่วนเหมือนกัน ส่วนหนึ่งก็คือนิติบุคคล นิติบุคคลก็ทำความร่วมมือกับปลายทางก็คือโรงงานยาก็ได้ เราไปทำความร่วมมือกัน ส่วนบุคคลธรรมดาคุณก็ต้องทำความร่วมมือเหมือนเดิม คือทำเป็นวิสาหกิจ ตั้งแต่ 7 คนขึ้นไป หรือ 7 ครอบครัวขึ้นไป ก็ใช้สู่กระบวนการเดิม แต่หลังจากนี้ เราเองเนี่ยประธานวิสาหกิจก็ หรือผู้ได้รับอำนาจสามารถใช้ชื่อตัวเองขอได้เลย ไม่จำเป็นต้องเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้ว เมื่อก่อนต้องไปทำความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถึงแม้จะทำความร่วมเหมือนกัน แต่ไม่ต้องใช้ชื่อของของเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ เราดำเนินการได้เองเลย มันง่ายขึ้น เราเป็นผู้ดำเนินกิจการได้เลย รับผิดรับชอบเอง เพียงแต่ว่าภายใต้ความร่วมมือเท่านั้นเอง ก็เป็นวิสาหกิจได้รับอนุญาต ผู้ดำเนินกิจการก็เป็นประธานวิสาหกิจชุมชน เพียงแต่ว่าเรามีปลายทางที่ชัดเจน เช่นเราจะส่งให้กับกรมการแพทย์แผนไทย หรือโรงพยาบาล หน่วยงานของรัฐอื่นๆก็ว่าไป เพื่อไปใช้กับผู้ป่วย เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์

หลังจากนั้น หลังจากที่เราทำความร่วมมือจดทะเบียนวิสาหกิจแล้ว ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ หรืออื่นใดก็ตาม หลังจากนั้นเราต้องทำยังไง เดี๋ยวนี้การยื่นยากง่ายแค่ไหน

สามารถยืนยันได้เลย เป็นระบบ e-submission ก็คือยื่นไปทางระบบ online อันดับแรกคุณก็ต้องไปขอให้ดีก่อน อยู่ที่จังหวัดไหนก็ยื่นที่จังหวัดนั้น ไปที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ที่แปลงปลูกกัญชาหรือวิสาหกิจชุมชนตั้งอยู่ เป็นกลุ่มงานกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภคและเภสัชสาธารณสุข (คบส.) ที่สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ หลังจากยื่น e-submission ก่อนยื่นเราต้องเตรียมเอกสารอะไรไปบ้าง ก็มีสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชนทะเบียนบ้านของประธานวิสาหกิจ หรือถ้าประธานวิสาหกิจไม่สะดวก ต้องเตรียมสำเนาของผู้ที่ได้รับมอบอำนาจ แล้วแสตมป์ที่สำคัญ แสตมป์ 30 บาท อันนี้คุณไปยืนก่อน ยื่นขอเปิด id ขอเปิดรหัส แล้วก็เดี๋ยวเขาก็จะส่งรหัสมาให้เราตามที่เบอร์โทรศัพท์ พาสเวิร์ด ไอดีก็จะส่งเข้ามาที่เบอร์โทรศัพท์ที่ประธานวิสาหกิจใช้อยู่ หลังจากเราก็เปิด id กันปกติเขาก็ยืนยัน ระบบก็สามารถยื่นได้แล้ว อย่างที่สองเจ้าหน้าที่เปิดสิทธิ์ให้กับวิสาหกิจนั้นๆ เพราะว่าถ้าเจ้าหน้าที่ไม่เปิดสิทธิ์เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถเห็นข้อมูล หรือเห็นคำขอที่เรายื่นได้เลย เราเปิด id เสร็จแล้ว ไม่ใช่ว่าเราจบเลย เราต้องไปขอเปิดสิทธิ์ เพื่อที่จะขอยื่นในระบบ e-submission ให้เจ้าหน้าที่เปิดสิทธิ์ข้อมูลให้เรา หลังจากเขาเปิดสิทธิ์แล้วเราต้องเตรียมเอกสารก็เยอะเหมือนกัน เขาก็มีบอกว่าเราต้องยื่นนั้นเราต้องเข้าไปดูและอ่านรายละเอียดที่เจ้าหน้าที่ส่งให้เรา ว่าคุณต้องยื่นอะไรบ้าง ก็เยอะทีเดียว ส่วนเอกสารอะไรบ้างเราก็ไปทำความเข้าใจแล้วก็ศึกษา ซึ่งมันจะอยู่ในข้อมูลรายละเอียดที่ฝ่ายที่สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดนั้นๆ เขาแนบไว้ให้เราศึกษา เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเค้าก็จะอำนวยความสะดวกโดยเป็น line@ เรา add เข้าไปใน line@ เพื่อที่จะสื่อสารระหว่างเจ้าหน้าที่ของสาธารณสุขจังหวัดแล้วก็ทางวิสาหกิจชุมชน เจ้าหน้าที่ก็จะบอกว่าเอกสารประกอบด้วยอะไรบ้าง เจ้าหน้าที่ก็จะส่งให้ใน line@ เราเข้าไปดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่บอก หลังจากนั้นเราก็ยืนเป็นแนบไฟล์ pdf เข้าระบบเสร็จครบแล้วกดส่ง ถ้าเอกสารเรียบร้อยเจ้าหน้าที่ก็จะกดรับ ถ้าไม่เรียบร้อยก็จะกดส่งไม่ได้เลย ครบทั้ง proces เลย มันจะเป็นช่องว่าต้องต้องแนบไฟล์อะไร เสร็จปุ๊บเจ้าหน้าที่จะ comment อาจจะมีคำแนะนำว่ามีคำแนะนำว่าถูกต้องครับเจ้าหน้าที่กดรับเสร็จปุ๊บเจ้าหน้าที่ก็จะมาตรวจสอบว่าเอกสารที่เราส่งมาเนี่ยถูกต้องหรือไม่อย่างไร รวมถึงกระบวนการต่างๆของคำขอที่ยื่นมานี่ครับตรงตามวัตถุประสงค์ไหม แล้วก็มีอะไรที่ผิดถูกบ้างหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะ comment มาเลยเป็นข้อความบอกเลยว่า วิสาหกิจนี้ควรที่จะแก้ไขตรงนี้ อะไรครบบ้างอะไรขาดบ้างอะไรต้องเพิ่มเติมบ้าง หลังจากนั้นปุ๊บ เจ้าหน้าที่ก็จะคืนคำขอ เราก็ต้องเข้ามันเข้าไปดูในระบบว่า เจ้าหน้าที่กดรับหรือยัง เมื่อรับแล้วเจ้าหน้าที่กดคืนคำขอมามี comment อะไรบ้าง ก็จะมีการส่งกลับไปกลับมาอย่างนี้ หลังจากนั้นถ้าเรียบร้อยแล้วเจ้าหน้าที่ก็น่าจะกำหนดตรวจแปลงปลูก ถ้ายังมีต้องปรับแก้ เราก็ยื่นใหม่ แก้ไขจนครบ คือถ้าเอกสารเราไม่สมบูรณ์เจ้าหน้าที่จะไม่สามารถที่จะมาตรวจแปลงปลูกได้เลย ถ้าเอกสารไม่ครบอีกเรื่องนึง ถ้าไปเจอหน้างานไม่พร้อม มี 2 step คือเอกสารครบแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ก็จะ print ออกมาเพื่อที่จะแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อติดตามตรวจแปลงปลูกระดับจังหวัด เรียกว่าคณะกรรมการยาเสพติดระดับจังหวัด ก็ประกอบไปด้วยหลายภาคส่วน หลังจากนั้นครบกำหนดวันก็ไปตรวจกัน ถ้ามี comment คุณก็ต้องแก้ไข ภายใน 3 วัน 7 วันก็ว่าไปแล้วแต่ ถ้าหลังจากที่คณะกรรมการจังหวัดตรวจแล้วผ่านก็ยื่นไปที่คณะอนุกรรมการปลูก ถึงจะว่าด้วยขั้นตอนต่อไป นั่นคือกระบวนการใหม่ ก็ถือว่าแทนที่จะยืนที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาซึ่งเราจะต้องมาที่จังหวัดนนทบุรี อาจจะไม่อำนวยความสะดวกมากนัก แต่ภายใต้นโยบายอันใหม่ก็ยื่นที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้เลย ก็รู้เรื่องก็ถือว่าจบตรงนี้ก็ถือว่าง่ายขึ้น